มารู้จักกับเกมไพ่เสือมังกร (Dragon Tiger)

อ่าน 20 ครั้ง

เกมไพ่เสือมังกรหรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งในแบบสากลว่า มังกรไทเกอร์ (Dragon Tiger) เป็นหนึ่งในเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเซียนพนันไพ่ เกมไพ่เสือมังกรนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศกัมพูชา ต่อมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแถบประเทศเพื่อนบ้าน เกมไพ่เสือมังกรถือว่าเป็นเกมไพ่ที่เดิมพันง่าย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาในการเล่นที่รวดเร็ว เพราะเหตุนี้จึงทำให้เกมไพ่เสือมังกรเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว แถมยังเป็นเกมไพ่ออนไลน์ที่มีคนเล่นมากที่สุดในปัจจุบันนี้อีกด้วย เรามาทำความรู้จักกับเกมไพ่เสือมังกรก่อนที่จะเริ่มเล่นกันเถอะ

อันดับแรกที่คุณจะต้องรู้จักคือ กฎกติกาการเล่นไพ่เสือมังกร (Dragon Tiger)

  1. คุณจะต้องเปิดไพ่จำนวน 52 ใบ หรือก็คือไพ่ 1 สำรับนั่นเอง
  2. หลังจากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกตั้งระหว่างข้างซ้าย ซึ่งก็คือไพ่เสือ หรือข้างขวา ซึ่งก็คือไพ่มังกร
  3. หลังจากนั้นจะมีการเปิดไพ่ออกมา หากข้างที่คุณเลือกมีจำนวนแต้มสูงกว่าอีกข้างคุณก็จะชนะ

อันดับที่ 2 คือ วิธีการนับแต้มของไพ่เสือมังกร (Dragon Tiger)

  1. ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
  2. ไพ่ที่มีดอก จะมีแต้มตามจำนวนดอกของไพ่  เช่น ไพ่สามดอกจิก มีค่าเท่ากับ 3 แต้ม
  3. ไพ่แจ็ค J มีค่าเท่ากับ 11 แต้ม
  4. ไพ่แหม่ม Q มีค่าเท่ากับ 12 แต้ม
  5. ไพ่คิง K มีค่าเท่ากับ 13 แต้ม ซึ่งไพ่นี้จะมีแต้มสูงที่สุดในสำรับ

อันดับต่อมาที่คุณจะต้องรู้คือ อัตราการจ่ายเงินของไพ่เสือมังกร (Dragon tiger)

  1.  หากคุณลงเดิมพันฝ่ายไพ่เสือ อัตราการจ่ายคือ 1:1 นั่นก็คือคุณจะได้รับผลตอบแทนเป็น 1 เท่าของจำนวนเงินที่คุณวางเดิมพัน หรือสามารถคำนวณได้ดังนี้ จำนวนเงินที่วางเดิมพัน X 1
  2. หากคุณลงเดิมพันฝ่ายไพ่มังกร อัตราการจ่ายจะเท่ากับไฟล์ไพ่เสือ นั่นคือ 1 เท่าของจำนวนเงินวางเดิมพัน
  3. หากแต้มของไพ่เสือและไพ่มังกรเท่ากัน จะถือว่าเกมนี้เสมอ อัตราการจ่ายคือ 1:8 หรือก็คือ 8 เท่าของเงินที่คุณวางเดิมพัน หรือ จำนวนที่วางเดิมพัน  x 8

อันดับที่ 4 คือ รูปแบบการวางเดิมพันของเกมไพ่เสือมังกร ซึ่งจะมีอยู่ 3 แบบหลักๆดังต่อไปนี้

  1. การวางเดิมพันแบบเสมอ – หากคุณวางเดิมพันในรูปแบบเสมอนั้น คุณจะถือว่าชนะก็ต่อเมื่อ แต้มของไพ่ฝั่งมังกรและแต้มของไพ่ฝั่งเสือเท่ากัน ความเป็นไปได้นั้นมีค่อนข้างน้อย แต่ถึงอย่างนั้นมีอัตราการจ่ายที่ค่อนข้างสูงนั่นก็คือคุณจะได้รับ เงินรางวัล 8 เท่าจากจำนวนเงินที่คุณวางเดิมพัน
  2. การวางเดิมพันฝั่งไพ่มังกร – เป็นการวางเดิมพันว่าให้ฝั่งมังกรจะมีแต้มสูงกว่า ซึ่งกล่องมังกรนั้นจะเป็นฝั่งที่ได้รับไพ่ก่อนทำให้คุณมีโอกาสที่จะรู้แต้มของฝั่งนี้ก่อนนั่นเอง
  3. การวางเดิมพันฝั่งไพ่เสือ – ไพ่เสือคือไพ่ที่ได้รับทีหลัง ข้อดีก็คือเราจะสามารถรู้ได้ว่าคู่ต่อสู้ของเรานั้นได้ไพ่อะไร